คดีทุจริตเงิน ทต.กุดดู่ สร้อยสุวรรณ จนท.การเงิน คุก 48 ปี 144 เดือน  อธิปัตย์  อดีตปลัด คุก 35 ปี  

                คดีทุจริตเงิน ทต.กุดดู่ สร้อยสุวรรณ จนท.การเงิน คุก 48 ปี 144 เดือน  อธิปัตย์  อดีตปลัด คุก 35 ปี
               คดีทุจริตเงินเทศบาลตำบลกุดดู่  อำเภอโนนสัง  หนองบัวลำภู   จำเลยทยอยติดคุก หลัง 'สร้อยสุวรรณ มหาจันทร์' จนท.การเงิน โดนตัดสินโทษ 48 ปี 144 เดือน ติดจริง 50 ปี  ล่าสุดถึงคิว 'อธิปัตย์ วิชาศรี' อดีตปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่  ศาลฯ สั่งลงโทษจำคุก 35 ปี รับสารภาพ ลดเหลือ 14 ปี 42 เดือน ร่วมชดใช้เงิน 470,166.73 บาท ไม่รอลงอาญา
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหาอดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพวก ทุจริตสั่งจ่ายเงินงบประมาณของเทศบาลตำบลกุดดู่ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามกฎหมาย ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2563 พร้อมส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
                 โดยศาลฯ มีคำพิพากษาตัดลงโทษจำคุก นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ อดีตเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 5 รักษาการหัวหน้ากองคลัง เทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเวลา 48 ปี 144 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดได้ 50 ปี ตามกฎหมาย พร้อม ให้คืนเงินจำนวน 5,859,906 บาท หลังให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี
                 ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายอธิปัตย์ วิชาศรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกันจัดทำเอกสารหลักฐานการจัดซื้อและเบิกจ่ายเงินโครงการอันเป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาและส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด(อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทาง กฎหมาย โดยศาลฯ มีคำพิพากษาว่า นายอธิปัตย์ วิชาศรี จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และมาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 การกระทำแต่ละกรรมเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมาย ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามมาตรา 147 (เดิม) เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 7 กระทง เป็นจำคุก 35 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 14 ปี 42 เดือนกับให้จำเลยกับพวกคืนเงิน รวมเป็นเงิน 470,166.73 บาท ให้แก่เทศบาลตำบลกุดดู่
                 
              เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบในการที่ อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา ป.ป.ช. พบพฤติการณ์อีกส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ถึง 26 มิถุนายน 2550 โดยนายอธิปัตย์ วิชาศรี ขณะดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ กับผู้เกี่ยวข้อง ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คจำนวน 26 ฉบับ โดยมีข้อบกพร่องและไม่เป็นไปตามระเบียบหลายประการ ทั้งการไม่ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ไม่ขีดคร่อมเช็ค ไม่สั่งจ่ายตรงแก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และมีผู้มีอำนาจลงนามไม่ครบตามเงื่อนไข อีกทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าเงินถูกนำไปจ่ายแก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง ก่อให้เกิดความเสียหาย 5,859,906 บาท เมื่อรวมกับคดีเช็ค 600,000 บาท ทำให้วงเงินความเสียหายจาก 2 คดีอยู่ที่ประมาณ 6.46 ล้านบาท ก่อนที่นายอธิปัตย์ ซึ่งมีหมายจับมาตั้งแต่ปี 2563-2564 จะถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ติดตามจับกุมได้ในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 หลังจากนั้นคดีนี้ก็เงียบหายไป จนกระทั่งปรากฏข่าว นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ พวก อดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ ถูกศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก เป็นเวลา 48 ปี 144 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดได้ 50 ปี ตามกฎหมาย พร้อม ให้คืนเงินจำนวน 5,859,906 บาท หลังให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี และตามมาด้วย นายอธิปัตย์ วิชาศรี ถูกศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 35 ปี รับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 14 ปี 42 เดือน กับให้คืนเงิน รวมเป็นเงิน 470,166.73 บาท ข้างต้น
                      ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตเจ้าหน้าที่และผู้บริหารเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ในคดีทุจริตเบิกจ่ายเงินงบประมาณนางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ (อดีตเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 5 รักษาการหัวหน้ากองคลัง): ศาลพิพากษาจำคุก 48 ปี 144 เดือน (คงจำคุกสูงสุด 50 ปีตามกฎหมาย) และให้ชดใช้เงินคืน 5,859,906 บาท นายอธิปัตย์ วิชาศรี (อดีตปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่) ศาลพิพากษาจำคุก 35 ปี แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุก 14 ปี 42 เดือน พร้อมร่วมชดใช้เงิน 470,166.73 บาท ไม่รอลงอาญาพฤติการณ์ทุจริตเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2548–2551มีการร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คจำนวนหลายฉบับโดยไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีหนี้ผูกพัน และไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ เช่น ไม่ขีดคร่อมเช็ค และสั่งจ่ายให้บุคคลภายนอกสร้างความเสียหายรวมกว่า 6.46 ล้านบาท