สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ EP.6 เปิดพื้นที่ "จากวิสาหกิจชุมชนรากหญ้า สู่สินค้าคุณภาพมาตรฐานสากลระดับโลก"

วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ร้านดีดีคาเฟ่ จ.เพชรบูรณ์ เวที "สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ EP.6" ได้เปิดพื้นที่กลางให้ทุกภาคส่วนได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสะท้อนมุมมองร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน ภายใต้แนวคิด "ทุกเสียงมีความหมาย ทุกปัญหามีพื้นที่"
เวทีสภากาแฟสื่อ ไม่ได้เป็นเพียงวงกาแฟของคนทำสื่อ แต่เป็นพื้นที่เปิดที่เชื่อมโยงเสียงจากทุกฝ่าย ให้ผู้มีภารกิจ ผู้มีปัญหา และผู้มีทางออก ได้มานั่งคุยกันบนโต๊ะเดียวกัน เพื่อสื่อสาร สร้างการรับรู้ สะท้อนปัญหา กระตุกให้เกิดคำถาม และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ EP.6 นี้ ได้หยิบยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ วิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่ อ.หล่มเก่า และ บริษัท นวลอนันต์ จินเจอร์ฟู้ด มาเป็นต้นแบบการยกระดับผลผลิตเกษตรท้องถิ่นอย่าง "ขิง" สู่สินค้ามูลค่าสูงที่แข่งขันในตลาดโลกได้
โดยมีผู้ร่วมวงสนทนา 3 ท่าน ประกอบด้วย
1. นางศรีนวล กันยาประสิทธิ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่ อ.หล่มเก่า 2. นายทัศนทรัพย์ ทองห่วง กันยาประสิทธิ์ ผู้จัดการบริษัท นวลอนันต์ จินเจอร์ฟู้ด 3. นายดรุฒ สุรเวคิน อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ
จากขิงสดราคาผันผวน สู่การแปรรูปสร้างรายได้ยั่งยืน
นางศรีนวล กันยาประสิทธิ์ ถ่ายทอดจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาใหญ่คือการขายขิงสดที่ราคาตกต่ำและผันผวน จึงต้องคิดต่อว่าจะแปรรูปอย่างไรให้เก็บได้นาน ขายได้ราคา และสร้างรายได้กลับคืนสู่สมาชิกในชุมชนอย่างแท้จริง
ด้าน นายทัศนทรัพย์ ทองห่วง กันยาประสิทธิ์ ได้เผยถึงการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรม
เรานำเมนูพื้นบ้านอย่าง "ขิงหยอง" มาพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ให้ทานง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย และแตกไลน์ผลิตภัณฑ์จากขิงสดมากกว่า 20 ชนิด ทั้ง ขิงแผ่นอบกรอบ กัมมี่เยลลี่ขิง คุกกี้ขิง ชาขิงสไลด์พร้อมชง ในกลุ่มสแน็กและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการยกระดับมาตรฐานการผลิต จนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทั้ง อย., GHP และ HACCP ซึ่งเป็นใบเบิกทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า พร้อมได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ได้ไปเจรจาจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ จนวันนี้แบรนด์นวลอนันต์สามารถส่งออกไปได้ไกลทั้งในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และขยายสู่ตลาดยุโรป บทเรียนจากเวทีนี้ชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาเกษตรอาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองให้ครบวงจร ตั้งแต่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การแปรรูป การพัฒนามาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการหาตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกและมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
เรื่องราวของขิงหล่มเก่าจึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของผู้ประกอบการรายหนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนว่า หากคนเพชรบูรณ์ร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรมีมูลค่า ชุมชนก็จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน







