หนองบัวลำภูผู้ใหญ่บ้านหญิงลุยนำ ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เดินขบวนร้องพ่อเมือง ศาลากลางจังหวัด เร่งแก้ปัญหา
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รับมอบหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนประชาชนตำบลกุดแห่ อำเภอนากลาง จำนวนประมาณ 70 คน ถือป้ายข้อความคัดค้านการปักป้ายเขตแดนของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจอมธาตุ-ภูพระบาท ซึ่ง นำโดยนางกรรณิการ์ แสนละมูล ผู้ใหญ่บ้านพรชัย ซึ่งได้เดินทางมาสะท้อนปัญหาและขอความชัดเจน กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) ได้ดำเนินการปักป้ายแนวเขตอุทยานทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินของประชาชน บริเวณพื้นที่ป่าโคกยาว - ห้วยอีงาม บ้านสนามชัย ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการขอสัมปทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านบอกว่า เป็นพื้นที่ ที่พบว่ามีแร่ทองคำ และอาจจะเป็นโอกาสทำให้นายทุนเข้า ขอปทานบัตรได้ง่าย โดยประชาชนมองว่ากระบวนการดังกล่าวยังไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน
โดย นางกรรณิการ์ แสนละมูล ผู้ใหญ่บ้านพรชัย ตำบลกุดแห่ ได้อ่านแถลงการณ์ ปัญหาความเดือดร้อนของ ที่ได้รับจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนตำบลกุดแห่ เพื่อขอ ทวงคืนสิทธิในที่ทำกิน หยุดการละเมิด และเปิดเผยความจริงแก่ประชาชน ตามหนังสือร้องเรียนที่ได้ ระบุว่า เรียน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะพ่อเมืองและที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน พวกเราชาวบ้านตำบลกุดแห่ ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่คือประชาชนที่ตั้งหลักแหล่ง ทำมาหากินบนแผ่นดินบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน วันนี้พวกเราต้องลุกขึ้นมาส่งเสียง เพราะสิทธิในที่ดินทำกินและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กำลังถูกริดรอนด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม
เพื่อปกป้องแผ่นดินแม่และอนาคตของลูกหลาน พวกเราขอเสนอ ข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ไปยังท่านผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้:
1. หยุดลากเส้นทับที่ทำกิน รื้อกระบวนการใหม่ ทำประชาคมตั้งแต่นับหนึ่ง!.ขอให้อุทยานแห่งชาติยกเลิกขั้นตอนที่ไม่ชอบธรรมทั้งหมด แล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่ตามกฎหมาย โดยจัดทำประชาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียอย่างจริงใจ ไม่ใช่การจัดประชุมแบบผายลม หรือทำเพื่อผ่านๆ ไป แต่ต้องฟังเสียงชาวบ้านที่มีที่ดินทำกินซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานฯ อย่างแท้จริง
2. กางบัญชีเปิดเผยความจริงว่า มีการซ่อนแอบ "สัมปทานเหมืองแร่" ในบ้านพวกเราหรือไม่ ขอสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ขอคำตอบที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ในพื้นที่ตำบลกุดแห่และบริเวณใกล้เคียง มีการขอสัมปทานเหมืองแร่ การขอประทานบัตร หรือการแอบสำรวจแร่ใดๆ หรือไม่ อย่าหมกเม็ด อย่าซุกปัญหาไว้ใต้พรม ชาวบ้านต้องรู้ว่ามีใครกำลังจะเอาทรัพยากรบ้านพวกเราไปแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่!
3. หยุดต้อนชาวบ้านถ่ายรูปย้อนหลัง เลิกทำเอกสารฉายหนังบอด เพื่อส่งงาน ห้ามมิให้หน่วยงานใดมาไล่ต้อนชาวบ้านไปถ่ายรูป ชี้แนวเขตย้อนหลัง เพื่อทำเอกสารผูกมัดหรือผลาญงบส่งงานโดยเด็ดขาด! ต่อแต่นี้ไป หากจะมีการชี้แนวเขต ต้องมีหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ ส.ป.ก. และต้องเป็นการลงพื้นที่เดินชี้แนวเขตร่วมกับชาวบ้าน ณ จุดที่จะประกาศเขตจริงเท่านั้น เพื่อความถูกต้องและโปร่งใส
4. เปิดเอกสารทุกใบ ชาวบ้านคือเจ้าของพื้นที่ ไม่ใช่ผู้ไร้ตัวตน ขอตรวจสอบการอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดว่ามีการอนุญาตทำเหมืองแร่หรือกิจการอื่นใดในพื้นที่หรือไม่ และทางอุทยานฯ ต้องออกมาชี้แจงพร้อมกางเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนทุกหน้า เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจทุกข้อตกลง ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมาย และพวกเราจะไม่ยอมถูกปิดหูปิดตาอีกต่อไป!
ภายหลังการรับฟังแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้สั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้นายกำธร วิเชฏฐพงศ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมเชิญตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 7 ราย นายปิยะชาย ศรีบุรินทร์ นายอำเภอนากลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ) เข้าร่วมหารืออย่างบูรณาการ ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใส ทั้งนี้ หนังสือร้องเรียนดังกล่าวได้รับการลงนามรับรองโดยตัวแทนราษฎรและผู้ใหญ่บ้านเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง
ผลการหารือเบื้องต้น คณะทำงานได้มีมติสั่งการให้อุทยานแห่งชาติฯ ระงับกระบวนการปักปันแนวเขตที่กำลังดำเนินการอยู่ไว้ทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด สำหรับข้อกังวลด้านการทำเหมืองแร่และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ คณะทำงานจะดำเนินการตรวจสอบอย่างรัดกุม โดยเน้นให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมรับรู้ในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ คณะทำงานจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำหนดนัดหมายเพื่อติดตามผลความคืบหน้าร่วมกับประชาชนอีกครั้ง ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569










