จ.อุดรธานี เปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน  

          จ.อุดรธานี เปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

                วันที่ 13 ก.พ.2569 เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ที่ลานหน้าสวนสาธารณะบึงนาคำ  นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วยนางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาด จ.อุดรธานี  นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน นายณฐพล วิถี รอง ผวจ.อุดรธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมชมขบวนแห่งานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้น 13-15 ก.พ. 2569 โดยในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม และศึกษาหาความรู้จากแหล่งมรดกโลกในพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานและประชาสัมพันธ์ รวมถึงเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า รวมถึงสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของแหล่งมรดกโลก ร่วมกันรักษาแหล่งมรดกโลกให้เป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมืองตลอดไป ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น จ.อุดรธานี มีแหล่งมรดกโลกที่สำคัญถึง 2 แห่ง คือ “มรดกโลกบ้านเชียง” และ มรดกโลกภูพระบาท  โดยแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง ถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของ จ.อุดรธานี มีที่มาจากการค้นพบ เศษภาชนะเขียนสี เมื่อปี พ.ศ. 2503 จนนำมาสู่การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีพ.ศ. 2535 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.อุดรธานี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาสัมผัสร่องรอยทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทพวน

              การจัดงานในครั้งนี้ จ.อุดรธานีโดย สนง.วัฒนธรรม จ.อุดรธานี ได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ อบจ.อุดรธานี  ที่ทำการปกครอง อ.หนองหาน หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.อุดรธานี สถานบันการศึกษาและที่สำคัญคืออปท.ใน อ.หนองหานทั้ง 15 แห่ง นำโดย ทต.บ้านเชียง จัดงานขึ้นในวันที่ 13 ถึง 15 ก.พ. ณ ชุมชนบ้านเชียง อ.หนองหาน กิจกรรมในงานประกอบด้วย  พิธีบวงสรวงบรรพบุรุษชาวบ้านเชียงและปู่ขุนเชียงสวัสดิ์, การจัดขบวนแห่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง อ.หนองหาน รวม 9 ขบวน, การแสดงแสง สี เสียง ชุด “ย้อนรอยบ้านเชียงมรดกโลกแห่งแรกของอุดรธานี”, นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ,การสาธิตและเวิร์คชอปภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การปั้นหม้อเขียนสี การทำผ้าบาติก การทอผ้า การจักสาน , การจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันวาเลนไทน์ , การแข่งขันชกมวยไทย  การแสดงจากศิลปิน อาทิ ศาล สานศิลป์ , ป๋อมแป๋ม ไมค์ทองคำ , รุ่ง นครพนม  การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นวงโปงลางและหมอลำกลอน,การจัดนิทรรศการวิชาการภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับเกษตรกรรม, กิจกรรม “จุ้มบ้านเชียง เทื่อที่ 3” และกิจกรรมการประกวดต่าง ๆ รวมไปถึงการออกร้าน จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน

 

             นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้สะท้อนว่า จ.อุดรธานีเปี่ยมไปด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง” ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เป็นมรดกโลกแห่งแรกของ จ.อุดรธานี และเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกภาคส่วน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ มาต่อยอดสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ตามนโยบายการขับเคลื่อนเมืองอุดรธานีสู่การเป็นเมืองไมซ์ (MICE City) การนำเสนอเรื่องราวผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขบวนแห่วิถีชีวิตไทพวนบ้านเชียง การแสดงแสงสีเสียง “ย้อนรอยบ้านเชียง” ที่จะพาทุกท่านย้อนอดีตไปพบกับประวัติศาสตร์ของบ้านเชียงจนถึงวันที่แหล่งโบราณคดีของเราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก รวมถึงกิจกรรมเวิร์คชอปภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ขอชื่นชม สนง.วัฒนธรรม จ.อุดรธานี และขอขอบคุณพลังความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้ง อบจ.อุดรธานี อ.หนองหาน หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.อุดรธานี และที่สำคัญคือ พลังของพี่น้องอปท.ในอ.หนองหานทั้ง 15 แห่ง ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้น เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ และประกาศศักดิ์ศรีของมรดกโลกบ้านเชียงที่เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญสมัยก่อนประวัติศาสตร์ให้กึกก้องไปในระดับนานาชาติ