ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดงานสัมมนาโครงการ "ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 55” จังหวัดอุดรธานี   

           ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดงานสัมมนาโครงการ "ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 55” จังหวัดอุดรธานี

           วันนี้ 19 มีนาคม 2568 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และพันตำรวจโท กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีจัดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 55” บูรณาการแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน ณ ห้องทุ่งศรีเมืองแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

          นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคำร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ และจากการหยิบยกเรื่องที่เห็นว่าส่งผลกระทบต่อสาธารณชนมาพิจารณาหาแนวทางแก้ไข เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่อาจได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่เป็นธรรมจากการกระทำของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงเป็นหน่วยกลางในการเชื่อมประสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการจัดสัมมนาผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชนในครั้งนี้ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่มีหน้าที่เชื่อมโยงกันแก่ผู้แทนกว่า 550 คน จากส่วนราชการ องค์กรเอกชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. มีนายทองปักษ์ ไทธานี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้เข้าร่วมสัมมนา จากนั้นเป็นพิธีเปิดโดยประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อด้วยการบรรยายเรื่อง “หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน” โดย นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จากนั้นเป็นการเสวนาในหัวข้อ “หน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560” โดย นายประทีป จูฑะศร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 4 นายมานพ บุญแก้ว ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.6) นางมณีวรรณ กองบุญมา ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองอุดรธานี นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ว่าที่เรือตรี ดิเรก สุขสว่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี รักษาราชการแทน รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดำเนินรายการโดย นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับในช่วงบ่ายเป็นการเสวนา “ผู้ตรวจการแผ่นดินกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี” โดย นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินรายการโดย นางสาวเรไร แย้มสะอาด ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ พร้อมเปิดรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อนและความคิดเห็นที่มีต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกด้วย นอกจากนี้ ในบริเวณงานสัมมนา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร่วมกับ 7 องค์กร ได้แก่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานป.ป.ช. สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของแต่ละองค์กรและให้บริการปรึกษาข้อกฎหมายแก่ประชาชนด้วย

   

           นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ร่วมติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับของจังหวัดอุดรธานี และนำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกหน่วยบริการรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย ตลอดจนจัดกิจกรรมสันทนาการบอกเล่าความรู้เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดินอันเป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวอุดรธานี     เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ณ เทศบาลตำบลกุดจับด้วย ทั้งนี้ สำหรับท่านที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่ต้องการร้องเรียน สามารถส่งเรื่องร้องเรียนมายังช่องทางต่าง ๆ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ทั้งทางไปรษณีย์ถึงสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1676 (โทรฟรีทั่วประเทศ) ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ombudsman.go.th ทางสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” และแอปพลิเคชันไลน์ (ID Line : @ombudsman) ซึ่งการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น