จังหวัดอุดรธานี อัญเชิญพระพุทธรัศมีจำลอง และพระนิรันตรายไปเป็นองค์พระประธานในการประกอบพิธีสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี
วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 น.นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี เดินทางไปเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีอัญเชิญพระพุทธรัศมีจำลอง และพระนิรันตราย (องค์ประจำวัด) เพื่อนำไปเป็นองค์พระประธานในการประกอบพิธีสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี ณ มณฑลพิธี วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง โดยมี พระราขสารโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธ) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง เมตตาเป็นประธานสงฆ์ และมี ว่าที่ ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน ปลัดจังหวัดอุดรธานี นายทองปักษ์ ไทธานี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานี นางรวงทอง พลธิราช วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี คณะอาจารย์ นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเสร็จพิธีแล้ว ได้มีการร่วมรับชมการรำถวายพระพุทธรัศมี พระประธานในพระอุโบสถ บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ เพื่อเป็นพุทธบูชาด้วย
วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง ได้กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในโอกาสสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี ในระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2568 มีพิธีที่สำคัญคือพิธีบำเพ็ญกุศล การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีสมโภชพระอาราม ครบ 100 ปี และทรงยกเศวตฉัตรขึ้นกางกั้นเหนือพระพุทธรัศมี พระประธานประจำพระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง ยังจัดให้มีการรับฟังพระธรรมเทศนาจากพระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวอุดรธานี โดยพระราชวชิรธรรมาจารย์ (หลวงพ่อสุธรรม สุธมฺโม) วัดป่าบ้านตาด (วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568) พระราชภาวนาวชิรธรรมากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก) วัดป่านาคำน้อย (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568) และ พระราชวชิรญาณโกศล (หลวงพ่อบุญมี ธมฺมรโต) วัดป่าศรัทธาถวาย (ถ้ำเต่า) พร้อมทั้งมีพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์สายกัมมัฏฐาน และการมอบถุงยังชีพให้กับชุมชนรอบวัดโพธิสมภรณ์ จำนวน 300 ชุด
ที่นี่อุดรธานี “เมืองอัจฉริยะ ศูนย์กลางการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และไมซ์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”