ดร.สุเมธ นำแถลงข่าวการจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร”จังหวัดนครนายก ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล
ดร.สุเมธ นำแถลงข่าวการจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร”จังหวัดนครนายก ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล
วันนี้ ที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา บางยี่ขัน ดร.สุเมธ ตันติเกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน "ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก"โดยมี นายชานนท์ วาสิกศิริ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครนายก นายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการ ฯ มูลนิธิชัยพัฒนานางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. และนายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการ โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมในงาน เนื่องด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์” ขึ้นเพื่อแสดงแนวคิดด้านการพัฒนา ผลงาน รวมทั้งผลิตผลต่างๆ จากโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาทั่วประเทศ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีความร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดี อันนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศจนเกิดเป็น “ชัยชนะจากการพัฒนา” โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกึมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานชัยพัฒนาแฟร์ฯ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567
โอกาสนี้ ดร.สุเมธ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาว่า ไม่ให้เรี่ยไรเงินจากหน่วยงานใดๆมาใช้ในการดำเนินงานของมูลนิธิ การจัดงานครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนรับทราบว่ากิจการของมูลนิธิชัยพัฒนานั้นทำประโยชน์ให้ประชาชนอย่างไร งานนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ จากประชาชนทั่วประเทศมาจัดแสดง รวมทั้งสถานที่จัดงานก็มีความหมายมาก คือ เขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย อันมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9
ด้านนายชานน วาสิกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวขอบคุณมูลนิธิชัยพัฒนา ที่เลือกจังหวัดนครนายกเป็นสถานที่จัดงานชัยพัฒนาแฟร์ครั้งนี้ นับว่าเป็นเกียรติของจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง โดยจังหวัดนครนายกมีส่วนในการจัดงาน 2ส่วน คือ ส่วนแรกจัดกิจกรรมออกร้านขายของฝากที่เด่นของจังหวัด เช่น มะยงชิดแปรรูป มะดันแปรรูป กุยช่าย รวมทั้งลูกหลานของจังหวัดนครนายก มาร่วมทำการแสดงและขายของที่ระลึกด้วย ส่วนที่2คือการดูแลรอบๆงาน ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมงาน ด้านที่พักนั้น ทาง ททท และโรงแรมในพื้นที่ได้มาออกบูทและจัด Gift Voucher ลดราคาด้วย
ขณะที่นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. กล่าวถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงานชัยพัฒนาแฟร์สัญจรว่าได้เตรียมการไว้3ส่วน คือ จัดนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวพระราชดำริและผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ส่วนที่สองเป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จาก 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและ 6 ศูนย์สาขา รวมมากกว่า 268 รายการ และส่วนที่ 3 การสาธิตของศูนย์ศึกษาฯ 17 รายการ เช่น กิจกรรมทำทองม้วน การขยายพันธุ์พืช การทำกิมจิผักกูด สาธิตซอสผัดกระเพราน้ำตาล โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานและเยาวชนเข้ามาเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเอง
ด้านนายชานน วาสิกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวขอบคุณมูลนิธิชัยพัฒนา ที่เลือกจังหวัดนครนายกเป็นสถานที่จัดงานชัยพัฒนาแฟร์ครั้งนี้ นับว่าเป็นเกียรติของจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง โดยจังหวัดนครนายกมีส่วนในการจัดงาน 2ส่วน คือ ส่วนแรกจัดกิจกรรมออกร้านขายของฝากที่เด่นของจังหวัด เช่น มะยงชิดแปรรูป มะดันแปรรูป กุยช่าย รวมทั้งลูกหลานของจังหวัดนครนายก มาร่วมทำการแสดงและขายของที่ระลึกด้วย ส่วนที่2คือการดูแลรอบๆงาน ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมงาน ด้านที่พักนั้น ทาง ททท และโรงแรมในพื้นที่ได้มาออกบูทและจัด Gift Voucher ลดราคาด้วย
ขณะที่นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. กล่าวถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงานชัยพัฒนาแฟร์สัญจรว่าได้เตรียมการไว้3ส่วน คือ จัดนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวพระราชดำริและผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ ส่วนที่สองเป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จาก 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและ 6 ศูนย์สาขา รวมมากกว่า 268 รายการ และส่วนที่ 3 การสาธิตของศูนย์ศึกษาฯ 17 รายการ เช่น กิจกรรมทำทองม้วน การขยายพันธุ์พืช การทำกิมจิผักกูด สาธิตซอสผัดกระเพราน้ำตาล โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานและเยาวชนเข้ามาเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเอง
ภายในงานมีการนำเสนอผลิตผลจากการพัฒนาในโครงการพัฒนาต่างๆ ได้แก่ สินค้าตัวท็อปจาก “โครงการมูลนิธิชัยพัฒนา” กว่า 23 โครงการ เช่น กะปิปากจก ไข่ไก่อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า กล้วยตากบางกระทุ่ม เมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ เห็ดหลินจือ อบแห้ง เมล็ดโกโก้อบ/โกโก้นิบส์ ชีสนมแพะ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ฯลฯ รวมทั้ง “ร้านภัทรพัฒน์” จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาและชุมชนต่างๆ เช่น กระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก ผ้าไหมย้อมสีจากเปลือกเมล็ดคามีเลีย สินค้าแปรรูปอาหาร โลชั่น สบู่ ครีมอาบน้ำ ฯลฯ พร้อมทั้งกิจกรรมจับสลากสอยดาวลุ้นรับของรางวัลมากมาย และ “ร้านจันกะผัก” ซึ่งเป็นร้านที่ตั้งขึ้นเพื่อจำหน่ายพืชผักและอาหารที่มาจากการพัฒนาพันธุ์พืช “โครงการทหารพันธุ์ดี” โดยโรงเรียนนายร้อย จปร., โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก, กรมพลาธิการทหารบก และบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับทหารพันธุ์ดีเพื่อขยายผลสู่ชุมชน ได้จัดโซนเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ณ บริเวณศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จะมีจัดกิจกรรมสอยดาวลุ้นรับของรางวัลพิเศษ” เป็นพันธุ์สัตว์นานาชนิด กลับบ้านเพื่อนำไปขยายพันธุ์ เช่น ลูกไก่เบตง ไก่งวง แพะพันธุ์แบล็คเบงกอล-พันธุ์บอร์ โคนมเพศผู้ ทั้งนี้บริษัทพันธมิตร ซึ่งให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ได้ยกสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท บีเอ็มดับเบิลยูแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และกูร์เมต์ มาร์เก็ต, เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม, บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) และไร่ชีวิตพอเพียงเพ็ชร์บุรี (องค์กรเพื่อสังคม) “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ยังมีกิจกรรม TikTok Contest เปิดให้ผู้เล่น Tiktok ร่วมประกวดคลิปลุ้นรางวัลพิเศษจากมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แก่ ประกวดทำคลิป TikTok ทำอาหาร ที่ใช้วัตถุดิบจากโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา และประกวดทำคลิป TikTok ประชาสัมพันธ์การเที่ยวงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ TikTok มูลนิธิชัยพัฒนา หรือ chaipattana9 และ Facebook มูลนิธิชัยพัฒนา.