นายกโพนสา ไม่ทนโล่แจ้งความ ทม.ท่าบ่อ บุกรุกที่ ซ้ำขโมยขุดหน้าดินขาย  

                นายกโพนสา ไม่ทนโล่แจ้งความ ทม.ท่าบ่อ บุกรุกที่ ซ้ำขโมยขุดหน้าดินขาย
                ตามที่สื่อมวลชนได้รับการร้องเรียน และได้นำเสนอข่าวกรณี เทศบาลเมืองท่าบ่อ จัดจ้างโครงการก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของเทศบาลเมืองท่าบ่อ มีผู้รับจ้างเป็น บริษัท ไทยพิพัฒน์ แอนจิเนียริ่ง จำกัด เลขที่ 610 หมู่ 7 ตำบลหมูม่น  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี วันเริ่มสัญญา  11 มีนาคม 2568 วันสิ้นสุดสัญญา  8  มิถุนายน 2568  ระยะเวลาก่อสร้าง  90  วัน  วงเงินประมาณที่ได้ตั้งไว้หรือได้รับ 900,000 บาท  ปัจจุบันก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ  เนื่องจากมีการร้องเรียนว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว ก่อสร้างอยู่บนที่ดินของเทศบาลตำบลโพนสา ตำแหน่งที่ดิน ระวาง 5544 4664 โฉนดเลขที่ 17498  เลขที่ดิน 28  เล่ม 135 หน้า 98  หน้าสำรวจ 2544  ตำบลบ้านเดื่อ  อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ และที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาลตำบลโพนสา ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลบ้านถ่อน  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย  ในครั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีวิทยา  คำพวง  นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา ได้มอบอำนาจให้ นายเอกพงศ์  พันวงษา ตำแหน่ง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลโพนสาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย  
             ต่อมาหลังจากหยุดยาววันสงกรานต์  สมาชิกเทศบาลตำบลโพนสา ได้พบว่าในที่ดินแปลงดังกล่าว ได้ถูกขุดหน้าดินออกไปลึกประมาณ 1.5 เมตร เนื้อที่ประมาณ 2 งาน จึงได้แจ้งสื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพนสา
             จากการลงพื้นที่ของสื่อมวลชน ทราบว่า เทศบาลเมืองท่าบ่อ ได้จัดซื้อ (ดินเหนียวลูกรัง) เพื่อใช้ในการกลบทับขยะมูลฝอย จำนวน ๑ รายการ ประจำปีงบประมาณ 2569 กองสาธารณะสุข จำนวน 2,000 ลบ.ม. หน่วยละ 100 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท ตามใบสั่งซื้อเลขที่ 101/2569 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2569 กำหนดส่งมอบภายใน 30 วัน ครบกำหนดส่งมอบวันที่ 17 เมษายน 2569 โดยมี นายพิจิตร  โพธิเสน เป็นผู้รับจ้าง (ผู้ขาย) สื่อมวลชนจึงได้ทำหนังสือสอบถามกรณีมีบุคคลขโมยดินไปขายให้กับสำนักงานเทศบาลเมืองท่าบ่อ 
               ต่อมานายอมรวิทย์  เปียผ่อง  นายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ ได้มีหนังสือแจ้งมาถึงสื่อมวลชนโดยชี้แจงว่า “เทศบาลเมืองท่าบ่อได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอเรียนให้ทราบว่าเทศบาลเมืองท่าบ่อ มิได้มีการว่าจ้างฝังกลบบ่อขยะ โดยในการฝังกลบขยะมูลฝอยของทางเทศบาลเมืองท่าบ่อ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการเอง  ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙  เทศบาลเมืองท่าบ่อได้จัดซื้อดินสำหรับฝังกลบบ่อขยะ จำนวน ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร  จากนายพิจิตร  โพธิเสน  ผู้ขาย  ตามใบสั่งซื้อ เลขที่ ๑๐๑/๒๕๖๙  ลงวันที่  ๑๘  มีนาคม ๒๕๖๙  ผู้ขายได้ขนดินจากภายนอก และส่งมอบให้เทศบาลเมืองท่าบ่อโดยนำดินมากองไว้บริเวณข้างบ่อฝังกลบชยะมูลฝอย  ซึ่งเป็นแปลงที่ดินกรรมสิทธิ์ของเทศบาลตำบลโพนสา  ในการตักดินฝังกลบบ่อขยะ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองท่าบ่อจะใช้เครื่องจักรตักดินจากกองดิน แล้วนำไปฝังกลบบ่อขยะโดยมิได้ทำการขุดดินจากที่ดินของเทศบาลตำบลโพนสา ตามที่มีการร้องเรียนแต่อย่างใด” 
             
             จากคำชี้แจงของ นายอมรวิทย์  เปียผ่อง  นายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ จึงได้ทราบว่านายพิจิตร  โพธิเสน  ได้นำดินจากข้างนอกพื้นที่เข้ามากองไว้ในพื้นที่ดินของเทศบาลตำบลโพนสา โดยไม่ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการวางดินดังกล่าวเป็นการบุกรุกที่ดินของเทศบาลตำบลโพนสา  และในการตักดินฝังกลบบ่อขยะ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองท่าบ่อจะใช้เครื่องจักรตักดินจากกองดินดังกล่าวโดยไม่มีการวัดปริมาณดิน จึงได้ขโมยหน้าดินดังกล่าวของเทศบาลตำบลโพนสา ออกไปด้วย เป็นการขโมยดินหลวงไปขายหลวงเนื่องจากมีการเบิกจ่ายตามปริมาณของดิน ในครั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีวิทยา  คำพวง  นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา ได้มอบอำนาจให้ นายเอกพงศ์  พันวงษา ตำแหน่ง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลโพนสาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย  โดยมี พ.ต.ท.เนติพงศ์  จำนงนิตย์  เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดทั้ง 2 เรื่อง  
          วันนี้  26 พ.ค.69 สื่อมวลชนได้โทรสอบถามความคืบหน้าทางคดี และสื่อมวลชนมีข้อมูลเพิ่มเติมให้กับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมให้กับ พ.ต.ท.เนติพงศ์  จำนงนิตย์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีไม่ยอมให้ข้อมูล โดยได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่าสื่อมวลชนไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่สามารถให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้  ซึ่งความจริงหน้าดินในที่ดินของรัฐเป็นสมบัติของประเทศชาติ ประชาชนทั่วไปไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะผู้เสียหายที่แท้จริงคือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบที่ดินแปลงนั้นๆ  แต่ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งให้หน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ เช่น แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือ ร้องเรียนไปถึงหน่วยงาน ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ,ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ,ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เป็นต้น และหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว หากมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐใช้ตำแหน่งราชการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำความผิด ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต   สำหรับสื่อมวลชนจะได้ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านติดตามความคืบหน้าของทั้งสองคดีดังกล่าวรายงานให้ทราบต่อไป